เทคนิคการจัดกลุ่มผู้เรียนเพื่อการทำงานกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ

feather-calendarPosted on 5 เมษายน 2024 document Pedagogyคลังความรู้
แชร์

การแบ่งกลุ่มผู้เรียนสำหรับการทำงานกลุ่มหรือทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นส่วนช่วยให้ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือเพื่อนร่วมกลุ่มเกิดปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เกิดการเรียนรู้จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นจากมุมมองที่แตกต่าง รวมทั้งการฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการการทำงานภายในกลุ่ม นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระในการจัดการชั้นเรียนของผู้สอนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้สอนควรมีกระบวนการจัดกลุ่มผู้เรียนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริบทของผู้เรียน บริบทของรายวิชา ทักษะที่ต้องการพัฒนา พื้นที่การเรียนรู้ ฯลฯ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นภายในกลุ่ม อาทิ การเกี่ยงงาน การไม่ช่วยเหลืองานภายในกลุ่ม การทะเลาะเบาะแว้ง ฯลฯ  โดยผู้สอนสามารถเลือกใช้เทคนิคการจัดกลุ่มที่แนะนำทั้ง 9 เทคนิค โดยมีการเปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดไว้ ดังนี้

เทคนิคการจัดกลุ่มผู้เรียน

1. ผู้เรียนจัดกลุ่มด้วยตนเอง

กระบวนการ

ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนเลือกสมาชิกในกลุ่มด้วยตนเอง

จุดเด่น

  • ผู้เรียนเกิดความสบายใจ มีความอิสระเมื่อได้รับอนุญาตให้เลือกสมาชิกด้วยตนเอง โดยมักจัดกลุ่มกับเพื่อนสนิทที่สามารถพุดคุยกันได้ง่าย
  • มักไม่มีปัญหาในการทำงาน เนื่องจากเป็นการจัดกลุ่มที่เกิดจากมิตรภาพที่ดีของสมาชิกในกลุ่มและสมาชิกในกลุ่มมีความสนใจร่วมกัน
  • ง่ายต่อการบริหารจัดการสำหรับผู้สอน

ข้อจำกัด

  • ขาดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่หลากหลาย จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียนกลุ่มสาขาวิชาอื่นหรือกลุ่มที่มีประสบการณ์แตกต่างกัน
  • อาจไม่เหมาะกับรายวิชาที่ต้องการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์
  • ผู้เรียนบางคนที่ไม่สนิทกับเพื่อน อาจถูกละเลย
  • กระบวนการทำงาน การแก้ไขปัญหาภายในกลุ่มอาจคล้อยตามความคิดโดยส่วนใหญ่ของกลุ่ม ซึ่งจะปิดกั้นการแก้ไขปัญหาในวิธีการใหม่ ๆ ขัดขวางการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

กระบวนการเสริม

เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากรูปแบบการจัดกลุ่มดังกล่าว และช่วยให้ผู้เรียนเกิดการกระจายกลุ่มมากขึ้น ผู้สอนสามารถตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น สมาชิกในกลุ่มจะต้องมีจำนวนผู้เรียนเพศชาย และเพศหญิง อย่างละเท่า ๆ กัน, ภายในกลุ่มให้มีหลายคณะ คณะเดียวกันไม่ควรมีจำนวนเกินครึ่งหนึ่ง เป็นต้น

2. ผู้สอนกำหนดกลุ่มไว้ล่วงหน้า

กระบวนการ

ผู้สอนจัดกลุ่มผู้เรียนตามคุณลักษณะบางอย่าง เช่น คะแนนเฉลี่ย เพศ สถานะของผู้เรียน (ชาวไทย คนต่างชาติ) ภาควิชา สาขาวิชา เป็นต้น

จุดเด่น

  • ผู้สอนจัดเตรียมกลุ่มไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ง่ายต่อการดำเนินการ
  • เป็นประโยชน์ในแง่ของการศึกษาวิจัย โดยผู้สอนสามารถกำหนดตัวแปร จัดกลุ่มผู้เรียนตามที่ต้องการศึกษา
  • เป็นการสร้างความสมดุลของสมาชิกภายในกลุ่ม

ข้อจำกัด

  • สำหรับขั้นต้นของการเรียน ผู้สอนต้องใช้เวลามากขึ้นในการรวมข้อมูลภูมิหลังของผู้เรียน
  • ผู้เรียนอาจไม่พึงพอใจในการจัดกลุ่ม เนื่องจากไม่สามารถเลือกสมาชิกในกลุ่มด้วยตนเอง

3. จัดกลุ่มแบบคู่ผสม

กระบวนการ

เป็นกระบวนการที่ผสมผสานระหว่างเทคนิคที่ 1 และ 2 โดยให้ผู้เรียนจับคู่กับเพื่อนก่อน จากนั้นผู้สอนทำการรวมคู่เข้าเป็นกลุ่มใหญ่ โดยอิงเกณฑ์ที่ผู้สอนกำหนดหรือจากการสุ่ม

จุดเด่น

  • ผู้เรียนจะมีเพื่อนที่สนิทอย่างน้อย 1 คนในทีม
  • ช่วยลดกระบวนการคิดแบบกลุ่มที่คล้อยตามกัน

4. จัดกลุ่มตามสภาพแวดล้อมการเรียนรู้

กระบวนการ

ผู้สอนให้ผู้เรียนจับคู่ จัดกลุ่ม โดยพิจารณาจากสถานการณ์และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ เช่น จัดกลุ่มตามแถว ตามโต๊ะที่นั่ง การจับคู่จากการหันซ้าย หันขวา หันหลัง

จุดเด่น

  • เหมาะกับการจัดกลุ่มแบบรวดเร็วในพื้นที่จำกัด 
  • ผู้สอนสามารถใช้สำหรับการจัดกลุ่มการทำงานที่สามารถยืดหยุ่นได้

ข้อจำกัด

  • ไม่เหมาะกับกระบวนการทำงานที่มีระยะยาวและใช้กระบวนการคิดซับซ้อน เพราะอาจขาดความสมดุลของสมาชิกภายในกลุ่ม

5. ใช้กิจกรรมสันทนาการในการจัดกลุ่ม

กระบวนการ

ผู้สอนใช้กิจกรรมสันทนาการเพื่อช่วยในการจัดกลุ่มผู้เรียน เช่น การแบ่งกลุ่มแพ้ ชนะจากการเล่นเกม, วัน เดือน ปีเกิด, เลขลงท้ายเบอร์โทรศัพท์, สิ่งที่ชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกิจกรรมสันทนาการ เป็นต้น

จุดเด่น

  • ง่ายต่อการดำเนินการ
  • เหมาะกับการจัดกลุ่มแบบรวดเร็ว
  • ผู้เรียนสนุกสนาน มีความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม

ข้อจำกัด

  • ควบคุมจำนวนสมาชิกในกลุ่มค่อนข้างยาก ผู้สอนต้องแน่ใจว่าข้อมูลของผู้เรียนมีความกระจายตัวมากพอ
  • ผู้สอนควรมีทักษะการนำกิจกรรม

6. จัดกลุ่มแบบโต้วาที

กระบวนการ

ใช้กระบวนการโต้วาที มาประยุกต์ใช้ในการจัดกลุ่มผู้เรียน นั่นคือการจัดกลุ่มจากสองฝ่ายคือฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน จากความคิดเห็นที่ต่างกันของผู้เรียนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และโต้วาจาตามเวลาที่กำหนด

จุดเด่น

  • สามารถใช้ในกระบวนการเรียนรู้ ที่ต้องการให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะการคิด รับฟัง แสดงความคิดเห็นแบบไม่ตัดสิน ผู้เรียนมีโอกาสรับฟังความคิดเห็นระหว่างกันทั้งที่คล้อยตามและแตกต่างกัน

ข้อจำกัด

  • ควบคุมจำนวนสมาชิกในกลุ่มค่อนข้างยาก

7. จัดกลุ่มแบบสุ่ม

กระบวนการ

ผู้สอนจัดกลุ่มให้ผู้เรียน โดยไม่มีลำดับ ระบบ หรือเกณฑ์ใด ๆ ซึ่งเทคนิคนี้ถือเป็นวิธีการจัดกลุ่มที่ยุติธรรมที่สุดเพราะผู้เรียนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการถูกมอบหมายเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยผู้สอนสามารถใช้อุปกรณ์ในห้องเรียนหรือเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการสุ่ม เช่น การสุ่มจากใบจับฉลาก หรือการใช้แอปพลิเคชันวงล้อสุ่ม

จุดเด่น

  • ลดอคติทั้งจากผู้เรียนและผู้สอนที่ส่งผลต่อการจัดกลุ่ม
  • ผู้เรียนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำงานร่วมกับเพื่อนที่ไม่สนิท

ข้อจำกัด

  • ผู้สอนไม่สามารถควบคุมการจัดกลุ่มให้มีความสมดุล เหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่ควรคำนึงได้ อาทิ กรณีที่ผู้เรียนที่มีความสามารถสูงอยู่กลุ่มเดียวกัน และผู้เรียนที่มีความสามารถต่ำกว่าอยู่กลุ่มเดียวกัน ก็จะส่งผลต่อความเร็ว ความช้าของการทำงานได้
  • การจัดกลุ่มแบบสุ่มมักเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีสำหรับผู้เรียน

8. เลือกหัวหน้ากลุ่ม แล้วหาลูกทีม

กระบวนการ

ผู้สอนให้ผู้เรียนเสนอรายชื่อหัวหน้ากลุ่ม  จากนั้นให้หัวหน้ากลุ่มสรรหาลูกทีม ทั้งนี้ กรณีที่การทำงานกลุ่มใช้ระยะเวลานาน สมาชิกในทีมก็สามารถสลับบทบาทกันได้ เพื่อให้มีความสามารถในการทำงานที่หลากหลาย

จุดเด่น

  • ผู้เรียนทั้งห้องมีโอกาสได้เสนอชื่อหัวหน้ากลุ่มที่คิดว่าน่าเชื่อถือ มีความสามารถในการบริหารจัดการทีม และมีโอกาสเลือกสมาชิกในกลุ่ม

ข้อจำกัด

  • ผู้เรียนบางคนที่ไม่สนิทกับเพื่อน อาจถูกละเลย

9. ใช้บัตรเสี่ยงทาย

ตัวอย่างการนำไปใช้ของ อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล ในรายวิชาการคิดเชิงนวัตกรรมหรือ Innovative Thinking วิชาการศึกษาทั่วไป (GenEd)

กระบวนการ

ผู้สอนให้ผู้เรียนหยิบบัตรนักศึกษาวางที่โต๊ะ และให้หยิบบัตรที่มีคณะไม่ซ้ำกันจำนวน 4 ใบ เพื่อทำงานกลุ่มร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้สอนมีการแจ้งให้ผู้เรียนทราบไว้ตั้งแต่ต้นเทอมแล้วว่าจะมีการทำงานกลุ่มที่สมาชิกในกลุ่มเป็นผู้เรียนจากต่างคณะ และให้ผู้เรียนนั่งโต๊ะที่ไม่ซ้ำเดิมในครั้งถัดไปเสมอ เพื่อเป็นการสร้างทัศนคติของผู้เรียนก่อนเริ่มการเรียนการสอน นอกจากนี้เมื่อทำงานเสร็จสิ้นในคาบเรียนแล้ว ให้ผู้เรียนประเมินการมีส่วนร่วมของเพื่อนร่วมกลุ่มด้วย โดยคะแนนในภาพรวมจะมาจากครูผู้สอนและเพื่อนร่วมกลุ่ม

จุดเด่น

  • เหมาะสำหรับการจัดกลุ่ม 3-4 คน ในรายวิชาที่มีผู้เรียนหลายคณะ และต้องการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์
  • การทำ Peer – Group Assessment  ทำให้ผู้เรียนกระตือรือร้นในการทำงาน ไม่มีปัญหาการทิ้งงาน

ข้อจำกัด

  • ผู้เรียนบางคนอาจกังวลใจที่ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนใหม่อยู่เสมอ

วิธีลดปัญหาการที่เพื่อนสมาชิกไม่ร่วมทำงานกลุ่ม

โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาและข้อขัดแย้งกันในกระบวนการทำงานกลุ่มมักเกิดจากการแบ่งปันผลประโยชน์ไม่สอดคล้องตามสัดส่วนการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม โดยผู้สอนสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อลดการเกิดปัญหาดังกล่าวได้โดยมีคำแนะนำดังนี้

คำแนะนำสำหรับข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้สอน

  • ใช้การประเมินแบบ Peer – Group Assessment  โดยให้ผู้เรียนในกลุ่มประเมินการมีส่วนร่วมในการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม
  • แจกแจงส่วนงานในแต่ละงาน โดยมอบหมายให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบในส่วนงานย่อย และติดตามความก้าวหน้าของงานแต่ละส่วน
  • สมาชิกแต่ละคนมีโอกาสได้นำเสนอผลงานของตนเอง แม้ว่าวิธีนี้ผู้สอนจะใช้ต้องใช้เวลานาน และเป็นการเพิ่มภาระมากขึ้น แต่การนำเสนองานในแต่ละส่วนจะช่วยลดการทิ้งงานของสมาชิกในกลุ่มได้
  • มอบหมายงานที่น่าสนใจและมีความท้าทายด้วยเทคนิคการสอนและการประเมินต่างๆ เช่น  Problem-based Learning, Authentic Assessment หรือ Nested Learning Activities ซึ่งหากงานที่มีความท้าทายน้อย สมาชิกในกลุ่มหนึ่งหรือสองคนสามารถทำให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย ก็จะเพิ่มโอกาสการทิ้งงานของสมาชิกที่เหลือ วิธีการประเมินในรูปแบบนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในงานที่ได้รับมอบหมายเป็นระยะๆ ตลอดภาคการศึกษา ผู้สอนมีโอกาสได้ให้ผลสะท้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนอยู่เสมอ และช่วยให้ผู้สอนสามารถประเมินการมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่มได้เช่นกัน

การจัดกลุ่มแต่ละแบบ ล้วนมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดอยู่ ซึ่งผู้สอนสามารถเลือกใช้โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริบทของผู้เรียน บริบทของรายวิชา ทักษะที่ต้องการพัฒนา พื้นที่การเรียนรู้ ฯลฯ โดยจากงานศึกษาวิจัยส่วนใหญ่พบว่า กลุ่มที่มีการจัดกลุ่มแบบผู้เรียนเลือกเองจะมีผลการเรียนที่ดีกว่า เนื่องจากผู้เรียนมีความมุ่งมั่นมากขึ้น กระตือรือร้นกับการทำงานกลุ่ม และมีการสื่อสารภายในกลุ่มที่ดี  อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีความแตกต่างกันจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับความคิดเห็นที่แตกต่าง มีความหลากหลายในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ดังนั้นผู้สอนควรเลือกวิธีจัดกลุ่มให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง

  • Kifle, T., & Bonner, S. (2023, June 12). Successful group work is all in the selection process. Time Higher Education.จาก https://www.timeshighereducation.com/campus/successful-group-work-all-selection-process
  • Plook Teacher (2019, March 27). วิธีในการจัดเรียงนักเรียนเพื่อทำงานกลุ่ม. True Plook Panya. จาก https://www.trueplookpanya.com/education/content/72362/-teaartedu-teaart-teamet-

ธงชัย โรจน์กังสดาล (2019, June 21). วิธีจัดกลุ่มผู้เรียนในมหาวิทยาลัย. Medium.จาก https://thongchairoj.medium.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2-fcc9b9a51c45

งานวิจัยการหาแนวทางพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำ 

feather-calendarPosted on 1 เมษายน 2024 document กลุ่มงานวิจัย
แชร์

งานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์เพื่อตอบโจทย์ในการหาแนวทางการพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพ ปลอดเชื้อก่อโรค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งศึกษาผลองสภาพแวดล้อม เช่น คุณภาพน้ำ มีผลอย่างไรต่อการทำงานของระบบในร่างกายของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจ  ซึ่งการบริหารจัดการระบบที่ดีมีโอกาสทำให้ได้ผลผลิตสัตว์น้ำที่เป็นแหล่งอาหารและรายได้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างงานวิจัยที่กำลังศึกษา ได้แก่ การศึกษาประชาคมแบคทีเรียจากน้ำในการเลี้ยงปลานิลด้วยระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดร่วมกับการปลูกผัก  

งานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ 

feather-calendarPosted on 1 เมษายน 2024 document กลุ่มงานวิจัยUncategorized
แชร์

กลุ่มงานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ ถูกก่อตั้งและบริหารจัดการโดย ดร. ศิรวัช อิทธิปุระพัฒน์ ภายใต้ชื่อ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมประสาทวิทยาศาสตร์ Neuroscience Centre for Research and Innovation (NX) มุ่งเน้นศึกษากลไกของสมองที่สนับสนุนการเรียนรู้ ความสนใจ และความจำในกลุ่มประชากรปกติ และทางคลินิก เช่น โรคจิตเภท สมาธิสั้น เพื่อแก้ปัญหาการทำงานของสมอง โดยวิธีการ ทางประสาทวิทยาแบบผสมผสาน ได้แก่ EEG, fMRI, การกระตุ้นสมอง, จิตวิทยาฟิสิกส์, การติดตามสายตาและแบบจำลองการคำนวณ 

กรุ๊ปวิจัยนาโนเซลลูโลส และวัสดุจากธรรมชาติ 

feather-calendarPosted on 1 เมษายน 2024 document กลุ่มงานวิจัย
แชร์

กรุ๊ปวิจัยนาโนเซลลูโลส และวัสดุจากธรรมชาติได้ถูกก่อตั้งโดย ผศ. ดร.สุภโชค ตันพิชัย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะผลิตนาโนเซลลูโลส และลิกโนนาโนเซลลูโลสในระดับอุตสาหกรรมจากวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการเกษตร เช่น ใบสับปะรด ชานอ้อน ผักตบชวา เป็นต้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัสดุเหลือใช้อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากประเทศไทยมีวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการเกษตรในแต่ละปีในปริมาณมาก นอกจากนี้การนำนาโนเซลลูโลส และลิกโนนาโนเซลลูโลสไปใช้ในงานประเภทวัสดุเชิงประกอบ อุปกรณิอิเล็กทรอนิกส์ โซลาร์เซลล์ บรรจุภัณฑ์ กระดาษ และเครื่องสำอางค์ และการพัฒนาวัสดุจากวัสดุจากธรรมชาติประเภทอื่น เช่น ไคติน ไคโตซาน แป้ง เจลาตินก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของกรุ๊ปวิจัยที่มีความพยายามหาวัสดุมาใช้ทดแทนพอลิเมอร์จากปิโตรเลียม