สรุปวิธีการใช้งานเเละเเนะนำเครื่องมือตัดต่อใน Capcut

feather-calendarPosted on 11 กรกฎาคม 2023 document Education technology
แชร์

แนะนำเครื่องมือใน Canva

feather-calendarPosted on 7 มิถุนายน 2023 document คลังความรู้Education technologyEducation technology
แชร์

วิธีการสมัคร Canva และแนะนำ เครื่องมือใน Canva

เอกสารและวิดีโอย้อนหลังกิจกรรม Workshop 1/2567”

feather-calendarPosted on 7 มิถุนายน 2023 document ข่าวกิจกรรม
แชร์

          ดีลเลอร์ละอ่อน เฮอร์ริเคนซาดิสม์ อิออน รากหญ้า คอรัปชัน เมาท์ พงษ์กาญจน์ ไชน่าแยมโรล คอลัมนิสต์เบบี้แมนชั่นโค้ชสปอต ชาร์ปซัมเมอร์ซิลเวอร์เอ็กซ์เพรสเวอร์ สแตนดาร์ดซีเนียร์เซ็นทรัลโดนัทบ๊วย อุปนายิกางั้นวอลล์ไทยแลนด์ เซ็กส์หมายปองบ๊วย โฮมบลูเบอร์รี่ วีซ่าอิเหนา ต่อรองแตงกวา

          ดีลเลอร์ละอ่อน เฮอร์ริเคนซาดิสม์ อิออน รากหญ้า คอรัปชัน เมาท์ พงษ์กาญจน์ ไชน่าแยมโรล คอลัมนิสต์เบบี้แมนชั่นโค้ชสปอต ชาร์ปซัมเมอร์ซิลเวอร์เอ็กซ์เพรสเวอร์ สแตนดาร์ดซีเนียร์เซ็นทรัลโดนัทบ๊วย อุปนายิกางั้นวอลล์ไทยแลนด์ เซ็กส์หมายปองบ๊วย โฮมบลูเบอร์รี่ วีซ่าอิเหนา ต่อรองแตงกวา

“จากการสอนแบบดั้งเดิมสู่การเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยีเป็นเพื่อนคู่คิด: การเดินทางสู่อนาคตของการศึกษา”

feather-calendarPosted on 3 พฤษภาคม 2023 document Pedagogy
แชร์

โดย รศ. ดร.สุภโชค ตันพิชัย

ปรัชญาการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยการเข้ามาถึงของเทคโนโลยีซึ่งส่งผลต่อวิธีการสอนและการเรียนรู้ของพวกเราอย่างต่อเนื่อง จากในอดีต การศึกษามุ่งเน้นให้ครูเป็นแหล่งความรู้และนักเรียนทำหน้าที่รับข้อมูลข่าวสารอยู่ฝ่ายเดียวนั้น แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI, machine learning และ big data ทำให้รูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เข้ากับตนเองมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จะประสบความสำเร็จได้นั้น ครูจะต้องเรียนรู้วิธีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียนอย่างเข้าใจ โดยใช้ AI เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในคุณสมบัติหลักของ AI ในการศึกษาแบบใหม่ คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน โดย AI สามารถระบุจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียนแต่ละคนได้และสามารถให้ข้อแนะนำที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในแต่ละบทเรียน โดยการใช้วิธีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละบุคคลนี้จะสามารถเพิ่มความตั้งใจของนักเรียนและผลการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ AI ยังสามารถใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของนักเรียนโดยการสร้างพื้นที่เสมือนสำหรับการทำงานร่วมกันในโครงการและงานที่มอบหมายได้ วิธีการนี้ไม่เพียงส่งเสริมการทำงานเป็นทีมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะการสื่อสารทางดิจิทัลที่มีความสำคัญสำหรับอาชีพในอนาคตของพวกเขาอีกด้วย

นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว AI ยังช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และการให้เหตุผล ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและคิดอย่างสร้างสรรค์ได้ ซึ่งทักษะนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับโลกปัจจุบันที่ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในห้องเรียนก็เป็นการท้าทายความสามารถของผู้สอนด้วย เพราะ ผู้สอนต้องให้ความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ที่เน้นการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เพียงแค่การจำข้อมูล เนื่องจากทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพในอนาคตของนักเรียน นอกจากนี้ผู้สอนยังต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลนักเรียนด้วย

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ผู้สอนต้องเปิดรับเทคโนโลยีและปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และพัฒนากลยุทธ์การสอนใหม่ ผสมผสาน AI และเทคโนโลยีอื่นๆ ไว้ในหลักสูตร และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งนักเรียนและผู้สอน

บทสรุปแล้ว สิ่งจำเป็นที่ต้องเน้นย้ำ คือผู้สอนต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง และประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนรู้ สนับสนุนการทำงานร่วมกัน และส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้สอนต้องรับมือกับความท้าทายของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียน เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนกำลังพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอาชีพในอนาคต

การส่งเสริมการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม Social Emotional Learning : SEL ในชั้นเรียนสำคัญไฉน?

feather-calendarPosted on 21 กุมภาพันธ์ 2023 document
แชร์

บทความโดย น.ส.เมตตา มงคลธีระเดช นักพัฒนาการศึกษา สถาบันการเรียนรู้

ผู้เรียนนั้นล้วนมีความหลากหลายและแตกต่างกัน ทั้งในเชิงของกระบวนการคิด การได้รับการปลูกฝัง ทัศนคติ ประสบการณ์การเรียนรู้ หรือแม้แต่ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในการสร้างการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนนั้น การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ เพื่อให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย และเสริมสร้างกระบวนการคิดเชิงบวก เพิ่มพูนความสามารถของผู้เรียน รวมไปถึงการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคม

Social Emotional Learning หรือ SEL คือ กระบวนการพัฒนาทักษะอารมณ์และสังคม ในการทำความเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น การรักษาความสัมพันธ์เชิงบวกและตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยประกอบด้วยทักษะ 5 ประการ ได้แก่

1. Self-Awareness การตระหนักรู้ในตัวเอง

การเข้าใจอารมณ์ เข้าใจความต้องการของตนเอง สามารถประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของตนเองได้ ซึ่งในการตระหนักรู้ขั้นสูง ผู้เรียนจะสามารถเชื่อมโยงระหว่างความคิด ความรู้สึก และการกระทำเข้าด้วยกันได้

2. Self-Management การบริหารจัดการตัวเอง

ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองที่มีต่อสถานการณ์ต่าง ๆ สามารถจัดการความเครียด อารมณ์ของตน และมีความพากเพียร มุ่งมั่น กล้าที่จะลงมือปฏิบัติงานที่ท้าทายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

3. Responsible Decision-Making ความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัดสินใจ

ความสามารถในการสร้างทางเลือกการแสดงพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสมในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย คำนึงถึงความปลอดภัยและบรรทัดฐานทางสังคม

4. Relationship Skills ทักษะด้านความสัมพันธ์

ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และปฏิบัติตนที่ดีต่อผู้อื่น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในด้านการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง สร้างความประนีประนอม เพื่อขจัดความขัดแย้ง และสามารถขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็นได้

5. Social Awareness การตระหนักรู้ทางสังคม

ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น มีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจพฤติกรรมที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ซึ่งมีผลมาจากสังคม ค่านิยมและวัฒนธรรม

การเสริมสร้างทักษะ SEL ในชั้นเรียน

ผู้สอนสามารถพัฒนาทักษะ SEL ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน อาทิ การทำงานกลุ่ม การอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกัน การเรียนรู้แบบโครงงาน ซึ่งทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างกัน ผู้เรียนได้ทบทวนตนเอง เข้าใจตนเอง เข้าใจเพื่อน และเกิดการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยผู้สอนใช้กระบวนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้

การสนับสนุนจากสถานศึกษา

สถานศึกษาสามารถสนับสนุนในด้านของการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ผู้เรียน มีพื้นที่ความปลอดภัยที่ส่งผลดีต่อการแสดงพฤติกรรม และสุขภาพจิตของผู้เรียน ผู้นำสถานศึกษาส่งเสริมกิจกรรมและนโยบายด้านสภาพแวดล้อม อาทิ การจัดตั้งทีมด้านการจัดการสภาพแวดล้อมในอาคารเรียน การจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์เชิงบวกที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เกิดการสื่อสารแลกเปลี่ยนกัน การให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น ที่ปรึกษา นักจิตวิทยา เป็นต้น

การสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน

กิจกรรมนอกห้องเรียนหรือกิจกรรมชุมชนจะช่วยให้ผู้เรียนได้พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่มากขึ้น ได้รับประสบการณ์และฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ นอกเหนือจากการเรียนในสถานศึกษา กิจกรรมนอกห้องเรียนที่เน้นการพัฒนาอารมณ์และสังคมจะส่งผลที่ดีต่อผู้เรียนในการเข้าใจตนเอง สนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวก ส่งผลถึงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี และช่วยลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาลงได้ นอกจากนี้สถาบันครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้ปกครองสามารถปลูกฝังและส่งเสริมทักษะ SEL ได้ตั้งแต่ปฐมวัย

แนวทางการพัฒนาทักษะ SEL ด้วย RULER

RULER คือ แนวทางการพัฒนา Social Emotional Learning : SEL ที่พัฒนาขึ้นโดย Yale Center for Emotional Intelligence เพื่อสนับสนุนในการให้คุณค่าของอารมณ์ สร้างทักษะความฉลาดทางอารมณ์ และสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานศึกษา โดย RULER เป็นตัวย่อของความฉลาดทางอารมณ์ทั้ง 5 ประการ ได้แก่

R : Recognize (การจดจำ) หมายถึง การรับรู้อารมณ์ของตนเองและผู้อื่น โดยการสำรวจอารมณ์ในเบื้องต้นว่าวันนี้เรารู้สึกอย่างไร อารมณ์นี้ส่งผลในด้านบวกหรือลบอย่างไร การไม่เพิกเฉยกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะช่วยลดผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพกายได้

U : Understand (การทำความเข้าใจ) หมายถึง การเข้าใจสาเหตุและผลของอารมณ์ ว่าอะไรที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนี้ เหตุการณ์อะไรในอดีตที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกนี้

L : Label (นิยาม) หมายถึง การระบุอารมณ์ที่เกิดขึ้นให้ตรงกับสิ่งที่เรารู้สึกมากที่สุด ซึ่งยิ่งเราอธิบายถึงความรู้สึกของเราได้ชัดเจนเท่าไร เราก็จะยิ่งจัดการมันได้ดีเท่านั้น

E : Express (การแสดงออก) หมายถึง หากเราเข้าใจอารมณ์ของเราเป็นอย่างดีแล้ว เราจะสามารถปรับอารมณ์ และเลือกแสดงออกในรูปแบบที่เหมาะสมได้

R : Regulate (การจัดการ) หมายถึง การจัดการอารมณ์ให้อยู่ในระดับปกติผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ วาดรูป เป็นต้น

แนวทาง RULER จะช่วยให้ผู้คนทุกช่วงวัยสามารถใช้อารมณ์อย่างชาญฉลาด เปิดโอกาสทางความสำเร็จทั้งในบริบทของการศึกษา การทำงานและการใช้ชีวิต โดยทักษะเหล่านี้เป็นทักษะทั้งส่วนบุคคลและสังคม

การพัฒนาทักษะ SEL ด้วยแนวทาง RULER สามารถพัฒนาด้วยเครื่องมือ 4 อย่าง ดังนี้

Charter คือ เครื่องมือเพื่อสร้างและรักษาบรรยากาศทางอารมณ์เชิงบวก โดยการสร้างบรรทัดฐานที่ตกลงร่วมกันในชั้นเรียนถึงความรู้สึกต่าง ๆ และการเคารพต่อผู้อื่น การแสดงความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในความรู้สึกเหล่านั้น

Mood Meter คือ เครื่องมือเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ในตนเองและสังคม ช่วยพัฒนาคำศัพท์เกี่ยวกับอารมณ์ที่เหมาะสมและกลยุทธ์ที่หลากหลายสำหรับการควบคุมอารมณ์

Meta-Moment คือ เครื่องมือเพื่อทบทวนและควบคุมอารมณ์ของตนเอง ด้วยเลือกวิธีการที่สอดคล้องกับตนเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น เช่น พักสมอง หายใจเข้าลึกๆ หาขนมกิน เป็นต้น

Blueprint คือ เครื่องมือนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถพิจารณาความขัดแย้งจากมุมมองของตนเองและมุมมองของผู้อื่น ช่วยพัฒนาทักษะการเอาใจใส่ ความเห็นอกเห็นใจ การนึกถึงความรู้สึกของกันและกัน พร้อมกันพูดคุยกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา

Reference

  • งานสัมมนาวิชาการ SoTL8

หัวข้อ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในยุค Next Normal

การเรียนรู้อารมณ์และสังคม Social Emotional Learning : SEL

วิทยากร: รศ.ดร.ฐิติกาญจน์ อัศตรกุล ผศ.ดร.สุรวิทย์ อัสสพันธุ์ และผศ.ดร.ชลิดา จูงพันธ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์

6 Value Medals by Edward de Bono

feather-calendarPosted on 14 กุมภาพันธ์ 2023 document Other Knowledge
แชร์

6 กรอบคุณค่าเพื่อการตัดสินใจ โดย เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน
         

          ในปัจจุบันการพัฒนาองค์กรหรือสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำกันอย่างแพร่หลายและสม่ำเสมอ แม้จะมีเป้าหมายแตกต่างกันออกไป แต่โดยภาพรวมทิศทางจะไปทางเดียวกันคือการพัฒนาให้ดีมากขึ้น เมื่อทุกองค์กรเกิดการพัฒนาไปพร้อมๆกัน ส่งผลให้ความสามารถของแต่ละแห่งเท่าเทียมสูสีกัน นอกจากนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยก็จะมีความทัดเทียมกันมากขึ้น โดยอาจจะเป็นการเรียนรู้ พัฒนาหรือแม้กระทั่งซื้อขายเทคโนโลยีกันได้ ดังนั้นการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ อาจต้องเปลี่ยนวิธีคิดโดยจะมุ่งพิจารณาถึงคุณค่าของตนเองและประโยชน์ที่จะได้รับมากขึ้น
          โดยแท้จริงแล้วการคิดและการกระทำของเรานั้นเกือบทุกอย่างก็จะมีคุณค่าเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการตัดสินใจทำหรือไม่ทำสิ่งใด ๆ  การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากตัวเลือกอันหลากหลาย การจัดสรรทรัพยากร การวางแผนกลยุทธ์ การลดต้นทุน การออกแบบหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ซึ่งในการคิดการตัดสินใจก็คำนึงถึงคุณค่า ผลประโยชน์ต่อตัวเราหรือองค์กรของเรามากที่สุด
          นอกจากนี้การกระทำของเราบางอย่างอาจไม่ได้ส่งผลในด้านดีเสมอไป บางครั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อสิ่งอื่นได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น การลดต้นทุนบำบัดของเสียเพื่อผลกำไรก็จะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งนี้จะเรียกว่า คุณค่าด้านลบ ดังนั้นการพิจารณาเพื่อเลือกหรือตัดสินใจในเรื่องใด ๆ ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน โดย เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ได้นำเสนอกรอบคิดคุณค่า 6 ด้านตามตัวแทนของเนื้อวัสดุขึ้นมา เรียกว่า 6 Value Medals เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ครอบคลุมทุกประเด็นได้ดีขึ้น

6 กรอบคุณค่าเพื่อการตัดสินใจ
เหรียญทองคำ

“ทองคำ” เป็นแร่ที่มีค่า มีความล้ำค่า จึงนำเป็นตัวแทนของการคิดถึงประเด็นเกี่ยวกับมนุษย์ ทั้งในด้านคุณค่า ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ หรือตัวบุคคล รวมถึงการลดคุณค่าด้านลบที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด มีประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้

  • ความต้องการพื้นฐาน คือ การที่จะสามารถมีรายได้จากการทำอาชีพ หากิน เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐาน ปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ซึ่งหมายรวมถึงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและที่อยู่อาศัย ซึ่งหากไม่สามารถหารายได้เพียงพอ อาจได้รับการสนับสนุนจากรัฐ องค์กร เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถเข้าถึงปัจจัยเหล่านี้ได้
  • ความต้องการทางด้านจิตใจ ในทางปฏิบัติแล้วความต้องการด้านนี้อาจจะสำคัญที่สุดหรือสำคัญกว่าปัจจัยด้านอื่น ๆ และมักเป็นเรื่องที่ถูกละเลยได้ง่าย ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ซึ่งความต้องการทางจิตใจจะมีดังนี้
  • การยอมรับ ในผลงานที่ทำหรือคิดค้นขึ้น และรวมถึงการได้รับความสนใจ การมีความสำคัญหรือรับรู้ว่ามีตัวตนอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของทีม กลุ่ม หรือองค์กร หรือแม้กระทั่งการยกย่อง ได้รับคำขอบคุณหากทำได้ดี
  • ความไว้ใจ ซึ่งหัวหน้างานหรือผู้นำควรมอบให้
  • ความเรียบง่าย หมายถึงการลดความเครียดในการทำงานที่ยากหรือซับซ้อน หรือการลดการด่าทอตำหนิ เมื่อทำผิดพลาด
  • ความมั่นใจ เนื่องจากคนเรามักอยากแน่ใจว่าตนเองทำผลงานได้ดีแล้วหรือไม่ การหาโอกาสเน้นย้ำให้เกิดความมั่นใจก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
  • ความรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จ มีคุณค่า หรือหมุดหมายในการทำสำเร็จหรือเหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้ง โดยอาจเป็นรางวัล การเฉลิมฉลองบางอย่าง
  • ความช่วยเหลือ ที่จะมอบให้เมื่อเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขด้วยตัวเอง หรือเกิดเหตุคับขัน
  • ความอบอุ่น หมายถึง การให้เกียรติกัน เคารพซึ่งกันและกัน
  • ศักดิ์ศรี หมายถึง การนับถือตัวตนความเป็นมนุษย์ลดการดูหมิ่น เหยียดหยามลง การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
  • ความหวัง หมายถึง โอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตมากขึ้นในอนาคต
  • ความเป็นอิสระจากคุณค่าด้านลบ ในแง่ความเป็นมนุษย์ หรือเหรียญทองคำนั้นจะมีคุณค่าด้านลบอยู่มากมาย เช่น การรังแก กดขี่ข่มเหง การแบ่งแยก ความไม่เป็นธรรม ความวิตกกังวล ความไม่มั่นคง ฯลฯ โดยการไม่ต้องพบเจอ หรือลดคุณค่าด้านลบเหล่านี้ลงก็นับเป็นคุณค่าอย่างหนึ่งเช่นกัน

เหรียญเงิน

ธาตุ “เงิน” เป็นวัสดุที่มีความสัมพันธ์กับเงินตรา การค้า การแลกเปลี่ยน จึงเป็นตัวแทนถึงการดำเนินงานขององค์กร โดยจะสามารถแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • องค์กรจะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้และมุ่งหวังไว้ได้ดีแค่ไหน ซึ่งเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายนั้นจะเป็นไปตามประเภท ตัวตนขององค์กรนั้น อาจจะกำหนดเป็นสิ่งต่าง ๆ เช่น ผลกำไร ลดต้นทุน ผลตอบแทนแก่ผู้เกี่ยวข้อง ประโยชน์แก่สังคม การอยู่รอดของบริษัท การจ้างพนักงานทั้งองค์กร เป็นต้น
  • องค์กรจะดำเนินการได้ดีเพียงใด การสนใจในเรื่องการปฏิบัติงานทั่วไป เช่น การปฏิบัติงานนั้นคุ้มค่าใช้จ่ายหรือไม่ การผลิตมีประสิทธิภาพแค่ไหน โครงสร้างองค์กรเหมาะสมหรือไม่

สิ่งที่ต้องระวังในการใช้ “เหรียญเงิน”

การบรรลุเป้าหมายองค์กร หรือการเพิ่มการดำเนินการให้ดีขึ้นของเหรียญเงินอาจส่งผลกระทบต่อด้านอื่น ๆ เช่น การเพิ่มเป้าหมายการผลิตหรือการลดต้นทุนการผลิตอาจะส่งผลกระทบต่อพนักงาน (เหรียญทองคำ) ได้ หรือการบรรลุผลกำไรก็จะต้องมุ่งเน้นคุณภาพของสินค้า ผลิตภัณฑ์ (เหรียญโลหะ) หรือการหานวัตกรรมใหม่ ๆ (เหรียญแก้ว) การต้องใช้งานทรัพยากรมากขึ้น การลดต้นทุนบางอย่างอาจจะกระทบสิ่งแวดล้อมได้ (เหรียญไม้) เป็นต้น ดังนั้น การตัดสินใจในเรื่องเป้าหมายองค์กรอาจจะหมายรวมถึงการลด ป้องกัน แก้ไขปัญหาจากคุณค่าด้านลบได้เช่นกัน


เหรียญโลหะ

คุณสมบัติของ “โลหะ” คือ ความแข็งแรง แข็งแกร่ง จึงนำมาเป็นตัวแทนในการสื่อถึง คุณภาพ ที่กำหนดหรือตั้งใจไว้โดยจะแบ่งเป็นคุณภาพสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

  • คุณภาพในการให้บริการ ในหลายครั้งนอกเหนือจากวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ การให้บริการของพนักงานก็ส่งผลต่อความภักดีของลูกค้าที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้งได้ เช่น ความสุภาพ การเอาใจใส่ ความเร็วในการบริการของพนักงาน เป็นต้น และบ่อยครั้งที่การลดต้นทุน (เหรียญเงิน) มักจะขัดแย้งกับ คุณภาพของการบริการซึ่งการตัดสินใจจำเป็นต้องมีการคำนึงถึงสมดุลของทั้งสองเหรียญ
  • คุณภาพในการใช้งาน เป็นการพูดถึงคุณภาพของสินค้า ผลิตภัณฑ์ว่าเป็นไปตามตั้งใจหรือกำหนดเอาไว้หรือไม่
  • คุณภาพกับการเปลี่ยนแปลง เป็นการนำความสร้างสรรค์ (เหรียญแก้ว) มาใช้ในการพัฒนาสินค้า หรือออกแบบให้สวยงามเพื่อใช้งานได้ดีขึ้น หรือมีคุณค่าพอที่จะสามารถนำไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ เช่น การทำด้ามจับปากกาให้กระชับมือ หรือออกแบบให้หรูหราเพื่อสามารถส่งมอบเป็นของขวัญของที่ระลึกได้ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีการพัฒนาการเขียนโดยตรง เป็นต้น
  • การรับรู้ ในหลายครั้งแม้จะมีสินค้าหรือบริการที่ดีมากอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป หากไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ถึงคุณค่าของสิ่งนั้น ๆ อย่างแท้จริงได้ (เหรียญทองเหลือง)

ปัจจุบันการคำนึงถึงคุณภาพนั้นมีการพูดถึงอย่างแพร่หลาย และมีแนวทางในการบริหารจัดการคุณภาพด้วยแนวทางต่าง ๆ ซึ่งการมุ่งเน้นไปที่คุณภาพ นอกจากคุณค่าด้านบวกที่จะได้รับแล้ว อาจจะมีคุณค่าด้านลบด้วยเช่นกัน

เหรียญไม้

“ไม้” เป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ ดังนั้นกรอบตัดสินใจด้วยเหรียญไม้ จึงเป็นการคำนึงถึงธรรมชาติหรือผลกระทบต่อบุคคลภายนอกกลุ่มหรือองค์กรที่เกิดจากการกระทำ โครงการ กิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ของเรา หากไม่ได้พิจารณาจะเป็นการเห็นแก่ตัวหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวได้ ซึ่งกรอบการคิดจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • สิ่งแวดล้อม การทำอะไรบางอย่างขึ้นบนโลก มักจะมีผลกระทบกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมของโลกเราทั้งในด้านบวกหรือลบก็ตาม ดังนั้นจึงควรคิด คำนึง หาวิธีรับมือด้วย โดยต้องรักษาสมดุลกับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของกลุ่มองค์กร โครงการที่จะทำซึ่งมักจะขัดแย้งกัน
  • คู่แข่ง กลุ่มบุคคลภายนอกในบางแง่ก็หมายถึง คู่แข่ง เช่นกันที่จะได้รับผลกระทบจากการกระทำของเรา และอาจจะมีการตอบโต้ หรือทำตามบ้าง ทำให้ต้องพิจารณาและหาวิธีรับมือด้วย
  • ซัพพลายเออร์ (Supplier) การเลือกซัพพลายเออร์ที่เหมาะสมนั้นนอกจากจะช่วยลดต้นทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายของเราได้ ยังเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นอาจจะจัดให้อยู่ทั้งในเหรียญเงินและเหรียญไม้พร้อม ๆ กันได้
  • ผู้คนกลุ่มอื่น ๆ โดยหมายถึง ชุมชน วิถีชีวิต ที่มีการเปลี่ยนแปลง โยกย้ายเกิดขึ้นจากการกระทำของเราได้
  • เพื่อนและครอบครัว ในกรณีที่เป็นการตัดสินใจส่วนตัวนั้น คนรอบข้างเราจะถูกนับว่าเป็นคนภายนอกที่จะได้รับผลกระทบได้ เช่น การที่เราตัดสินใจทำงานต่างประเทศ อาจจะกระทบเรื่องการย้ายบ้านหรือการใช้ชีวิตที่ขาดตัวเราได้

โดยสรุปแล้วส่วนมากคุณค่าของเหรียญไม้จะเป็นคุณค่าทางลบซึ่งคำนึงถึงเพื่อ แก้ไข ป้องกัน บรรเทา ชดเชยความเสียหาย ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำ หรือผลิตภัณฑ์ ของตัวเราหรือกลุ่ม องค์กรของเรา ซึ่งการตัดสินใจจะคำนึงถึงหรือไม่ หรือจะเลือกตัดสินใจที่จะไม่ลงมือทำอะไรในด้านนี้เลยก็ได้ เนื่องจากเหรียญไม้นี้มักจะขัดแย้งกับเหรียญเงินที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย ผลประโยชน์ขององค์กรนั่นเอง

เหรียญแก้ว
         
พื้นฐานของ “แก้ว” นั้นทำมาจากทรายซึ่งเป็นวัสดุพื้น ๆ ไม่ได้มีราคาแพง แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จึงทำให้เกิดเป็นผลงานที่มีคุณค่าและมีความหลากหลาย ดังนั้น เหรียญแก้วจึงเป็นตัวแทนของ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเรียบง่าย ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงในกรอบการตัดสินใจแบบเหรียญแก้ว มีดังนี้

  • ความคิดสร้างสรรค์ เป็นการใช้ความคิดเพื่อสร้างแนวคิด (Idea) ใหม่ ขึ้นมา โดยเกิดจากการคิดวิเคราะห์ผ่านประสบการณ์อย่างมีหลักการ เหตุผล หรือเกิดจากความบังเอิญ การถูกกระตุ้นจากอะไรบางอย่างโดยฉับพลัน ซึ่งแนวคิดใหม่เหล่านี้หลายครั้งอาจจะดูไม่สมเหตุสมผลนัก แต่มักได้รับการชื่นชมในแนวคิดนั้นในอนาคต
  • นวัตกรรม เป็นกระบวนการ ข้อปฏิบัติ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ โดยอาจเกิดจากการลอกเลียน ปรับปรุง พัฒนาจากของเดิมที่มีอยู่แล้วหรือมีคนใช้งานไปก่อนแล้ว ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการทำจากแนวคิดใหม่ที่มีความเสี่ยงสูง มีความเปราะบางที่อาจจะทำให้เกิดความล้มเหลวขึ้น
  • ความเรียบง่าย ด้วยการคิดค้นสิ่งใหม่ด้วยความสร้างสรรค์หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมามักจะทำให้เกิดความซับซ้อนขึ้น แต่การย้อนคิดถึงความเรียบง่ายจะช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ง่ายปฏิบัติตามให้ถูกต้องได้ง่าย ดูแลรักษาง่าย
  • ศักยภาพในอนาคต ในการใช้ความคิดสร้างสรรค์นั้นหลายแนวคิดที่เกิดขึ้นอาจจะดูหลุดกรอบปกติ มีความขบถ จนดูไม่สมเหตุสมผลในปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรพิจารณาถึงคุณค่า ผลประโยชน์ ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากแนวคิดเหล่านั้นด้วย

สิ่งที่ต้องระวังในการใช้ “เหรียญแก้ว”

สิ่งที่คนเรามักจะกลัวในการใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือใช้นวัตกรรมใหม่ คือ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหรือการถูกตำหนิจากความผิดพลาดล้มเหลวและความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการคิดสิ่งใหม่ตลอดเวลา ดังนั้นการพิจารณาตัดสินใจด้วย เหรียญแก้ว ควรมาพร้อมกับอธิบายเหตุผล แจกแจงคุณค่า ประโยชน์ของแนวคิดนั้น ๆ ด้วย

เหรียญทองเหลือง

“ทองเหลือง” เป็นวัสดุที่มีความคล้ายคลึงกับทองคำมากจนหลายคนอาจจะแยกกันไม่ออก ดังนั้นจึงนำมาเป็นตัวแทนของ การรับรู้ เช่น เรื่องนี้คนอื่นมองอย่างไร เป็นประโยชน์กับใครบ้าง ของชิ้นนี้ดูแล้วเป็นอย่างไร เป็นต้น ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้ว คนเราจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งกับการรับรู้หรือความคิดของคนอื่นมากนัก แต่การพิจารณาถึงการรับรู้ของคนรอบตัวหรือการจัดการต่อการรับรู้ของผู้อื่นก็สำคัญเช่นกัน และเมื่อมีการรับรู้ด้านลบเกิดขึ้น หรือจำเป็นต้องมีการรับมือ ควรมีการสื่อสารเพื่อปรับการรับรู้นั้น ๆ

การลำดับคุณค่าทั้ง 6

Oval: เงิน          เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ได้จัดเรียงลำดับชนิดของคุณค่าทั้ง 6 ในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามความจำเป็นหรือความถี่ในการนำมาใช้

เหรียญที่ต้องพิจารณาเสมอ ๆ นั่นคือเหรียญเงิน ที่เป็นเป้าหมายขององค์กร ถัดมาคือเหรียญโลหะ และเหรียญทองคำ  ในชั้นที่สามล่างสุดคือ เหรียญทองเหลือง และเหรียญไม้ และสุดท้ายคือเหรียญแก้วที่ถึงแม้ว่าจะสำคัญแต่ก็ไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในทุก ๆ เรื่อง

อ้างอิง:

Edward de Bono.(2554). The Six Value Medals 6 กรอบความคิดเพื่อการตัดสินใจ (นุชนาฏ เนตรประเสริฐศรี, แปล).กรุงเทพฯ: เนชั่นบุ๊คส์ (ต้นฉบับพิมพ์ปี ค.ศ. 2005)

9 ข้อค้นพบสำคัญสำหรับการออกแบบการสอน

feather-calendarPosted on 11 มกราคม 2023 document คลังความรู้คลังความรู้คลังความรู้คลังความรู้Pedagogyคลังความรู้Pedagogy
แชร์

บทความโดย อ.ปาณเลิศ ศิริวงศ์ สำนักงานวิชาศึกษาทั่วไป

1. ผู้สอน Design การสอนด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า บางครั้งสิ่งที่ผู้สอนคิดว่าง่าย แต่สำหรับผู้เรียนอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจหากไม่มีประสบการณ์มาก่อน

โดยส่วนใหญ่ผู้สอนมักคาดหวังว่าผู้เรียนจะมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน มาก่อนเรียนในรายวิชาของตน แต่หลายครั้งพบว่าผู้เรียนไม่มีความพร้อมที่เพียงพอ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องมีการประเมินความพร้อมของผู้เรียนก่อน ซึ่งผู้สอนสามารถจัดเตรียมได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำแบบทดสอบ (Pretest) เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของผู้เรียน การทำ Student Persona เพื่อวิเคราะห์ว่าผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรมาบ้างแล้ว มีวิธีการเรียนรู้อย่างไร เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบการสอนให้สามารถบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ได้

2. ผู้เรียนเข้ามาด้วยประสบการณ์ต่างกัน งานหนึ่งงานอาจง่ายสำหรับบางคน

ผู้เรียนแต่ละคนมีความรู้ ทักษะพื้นฐานก่อนเรียนที่แตกต่างกัน หลังการประเมินความพร้อมก่อนเรียน ผู้สอนอาจเตรียมบทเรียนเบื้องต้น (Preparation course) ให้ผู้เรียนได้ศึกษา โดยสามารถจัดสรรเนื้อหาความรู้ให้สอดคล้องตามระดับการเรียนรู้ของผู้เรียนรายคนได้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนทุกคนให้มีความรู้พื้นฐานใกล้เคียงกันก่อนเข้าบทเรียน

3. บ่อยครั้งที่ผู้เรียนส่งผลงานแล้วจะกังวลเรื่องเกรด ที่ตัวเขาไม่สามารถควบคุมได้ ทำอย่างไรให้ผู้เรียนมุ่งความสนใจไปที่การสร้างผลงานที่มีคุณภาพซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเขาเองควบคุมได้

เมื่อมอบหมายงาน ผู้เรียนมักมุ่งความสนใจไปที่วิธีการสร้างผลงานเพื่อให้ได้เกรดดี ๆ  แต่อีกมุมมองในฐานะผู้สอนเอง มุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ในระหว่างการสร้างผลงาน พร้อมทั้งคอยให้ผลสะท้อนกลับแก่ผู้เรียน จากมุมมองที่แตกต่างกันนี้ ผู้สอนจำเป็นต้องมอบหมายงานและออกแบบวิธีการประเมินผลงานที่สามารถสะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง โดยเกรดนั้นบ่งบอกถึงระดับความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ

4. การโชว์ผลงานที่เป็น End Product ไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเห็น Process (ในบาง Assignment ที่จำเป็น)

การมอบหมายงานบางอย่าง หากผู้สอนมอบหมายโดยให้ผู้เรียนเห็นเฉพาะ Product สุดท้าย ผู้เรียนอาจจะไม่เข้าใจวิธีการ (Process) ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น ดังนั้นผู้สอนจำเป็นต้องอธิบายกระบวนการให้ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างชิ้นงานนั้น ๆ

5. ขั้นตอนที่ผู้เรียนทำผิดหลายคนหรือหลายเทอม ขั้นตอนนั้นต้องถูกแก้ไข

หากผู้สอนพบสิ่งที่ผู้เรียนทำผิดพลาดซ้ำๆ ทั้งการผิดหลายคนหรือหลายเทอม ผู้สอนจำเป็นต้องวิเคราะห์หาสาเหตุของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสาเหตุนั้นเป็นไปได้หลายปัจจัย อาจไม่ได้เกิดจากความรู้ที่ไม่เพียงพอของผู้เรียน แต่เกิดจากการออกแบบกระบวนการสอนของผู้สอนเองก็เป็นได้

6. บางครั้งการปรับการสอนให้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้เรียน จะสามารถทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาได้โดยไม่ต้องท่องจำ

ผู้สอนควรทำความเข้าใจว่าประสบการณ์ของตนเองกับผู้เรียนนั้นต่างกัน เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และความแตกต่างตามบริบทของผู้เรียน ดังนั้นผู้สอนควรเชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับประสบการณ์ของผู้เรียน เช่น หากยกตัวอย่างกรณีศึกษา (Case study) เกี่ยวกับ Drive A มาสอน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผู้เรียนไม่รู้จักหรือไม่มีประสบการณ์การใช้งานมาก่อน อาจทำให้ไม่เข้าใจและไม่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ได้

7. Learning Environment  ด้านเวลา ในกรณีนี้กล่าวถึงช่วงเวลาของวันที่จัดการเรียนให้กับผู้เรียน วิชาที่เรียนตอนเช้าจะเป็นการวิชาที่ได้เปรียบหากอยู่ในห้องเรียน แต่หลังอาหารเที่ยงเป็นอะไรที่ท้าทาย

ผู้สอนควรคำนึงถึงความพร้อมของผู้เรียนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมด้านอุปกรณ์ เวลา สภาพร่างกาย เช่น หากวิชาของผู้สอนเป็นวิชาช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย เนื่องจากเป็นการสอนหลังรับประทานอาหารกลางวัน และผู้เรียนอาจเกิดความเหนื่อยล้าจากการเรียนในช่วงเช้าแล้ว ดังนั้น ผู้สอนจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้

8. จัดการเรียนรู้ โดยมี Learning Tools ที่หลากหลายตาม Learning Style ใครถนัดแบบไหนก็เลือกแบบนั้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่ให้ทางเลือกในการเรียนรู้ แล้วนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มา Micro Teaching และ Connect the dots กันได้

ผู้เรียนแต่ละคนมีกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบการอ่าน บางคนชอบการฟัง  ดังนั้นผู้สอนควรจัด Learning Activity ให้มีความหลากหลาย ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดของตนเอง

9. การสร้าง Growth Mindset ซึ่งสำคัญมากในการพัฒนาตนเอง ทำอย่างไรเราจะทำให้ผู้เรียนไม่ถอดใจจากการวัดผล จริงๆ เราอาจต้องถามตัวเองว่าเราจะวัดผลอย่างไรที่จะไม่ทำลายกำลังใจในการเรียนรู้ที่จะพาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย

ผู้สอนควรตั้งเป้าหมายหรือ Learning Outcome โดยแบ่งเป็นเป้าหมายย่อย ค่อย ๆ เพิ่มความยากและท้ายทาสยไปทีละนิด เพื่อให้ผู้เรียนไม่รู้สึกท้อและกดดันจนเกินไป เมื่อบรรลุแต่ละเป้าหมายย่อย ๆ แล้ว ผู้สอนสามารถให้คำชี้แนะ ชมเชย หรือให้กำลังใจ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิด Growth Mindset และมีความพยายามในการบรรลุเป้าหมายในขั้นถัดไป

ประชุมสัมมนา เรื่อง การสร้างความเข้าใจและชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการอุดมศึกษา

feather-calendarPosted on 3 มกราคม 2023 document ข่าวกิจกรรม
แชร์

ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการอุดมศึกษา การจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการอุดมศึกษาของหลักสูตรการศึกษา ทั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหาร บุคลากรสายวิชาการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องรับรู้ และเข้าใจรายละเอียดและเจตนารมณ์ของประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการอุดมศึกษา เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งเกณฑ์มาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยความสำคัญดังกล่าว นั้น

การบรรยาย และอภิปราย: เจตนารมณ์และประเด็นสำคัญของเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา หัวข้อดังนี้
1) เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา
2) รายละเอียดผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
3) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแต่งตั้งหรือมอบหมายผู้ตรวจสอบ และการตรวจสอบการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา

ดาวน์โหลดเอกสารการประชุม

1) กฎกระทรวงและประกาศ กมอ. ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร

อัพเดทเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 67

โดย สำนักงานต้นแบบ