Psychological Empowerment: พลังเงียบที่ขับเคลื่อน OBE

ความสัมพันธ์ระหว่างการเสริมสร้างพลังอำนาจทางจิตใจ (Psychological Empowerment) กับ Outcome-Based Learning (OBE) สามารถอธิบายได้ว่าเป็นความเชื่อมโยงระหว่าง “พลังภายในของผู้เรียน” กับ “การบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้” โดย Psychological Empowerment ซึ่งประกอบด้วยมิติสำคัญ ได้แก่ ความหมาย (Meaning) ความสามารถ (Competence/Self-Efficacy) การมีอิสระในการตัดสินใจ (Self-Determination/Choice) และการมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ (Impact) มีบทบาทในการเสริมสร้างแรงจูงใจภายในและความเชื่อมั่นของผู้เรียน (Spreitzer, 1995) ขณะที่ Outcome-Based Learning มุ่งเน้นให้ผู้เรียนแสดงผลลัพธ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ และสามารถนำไปใช้ได้จริง (Spady, 1994) เมื่อผู้เรียนรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการควบคุมการเรียนรู้และเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน จะส่งผลให้เกิดความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง มีความกระตือรือร้น และสามารถพัฒนาการเรียนรู้เชิงลึก อันนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์ตามที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น Psychological Empowerment จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนความสำเร็จของ Outcome-Based Learning (OBE) โดยช่วยเปลี่ยนผู้เรียนจากผู้รับความรู้แบบ “Passive” ให้เป็นผู้แสวงหาความรู้ โดยมีงานวิจัยสนับสนุนว่า Psychological Empowerment เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อแรงจูงใจ การมีส่วนร่วม และความสามารถของผู้เรียน ซึ่งล้วนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนให้ผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามแนว Outcome-Based Learning (OBE) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การศึกษาของ Pan (2023) พบว่า Psychological Empowerment มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เรียน การศึกษาของ Basileo et al. (2024) พบว่า Self-Efficacy ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ Psychological Empowerment มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการศึกษาของ Liu et al. (2024) สะท้อนว่า Psychological Empowerment ส่งผลต่อผลการเรียนของผู้เรียนผ่านแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ 

1. Psychological Empowerment คืออะไร

ในบริบทของการศึกษา Psychological Empowerment คือ ความรู้สึกภายในของผู้เรียนว่าพวกเขามีขีดความสามารถ มีอิสระ และมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง ไม่ใช่แค่ผู้รับสารที่นิ่งเฉย โดยประกอบด้วย 4 มิติหลัก ตามแนวคิดของ Spreitzer (1995)

  1. ความหมาย (Meaning) ผู้เรียนรับรู้ว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มีคุณค่า มีประโยชน์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายส่วนตัวหรือชีวิตจริง
  2. ความสามารถ (Competence/Self-Efficacy) ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของตนเองว่าจะสามารถทำงานให้สำเร็จและบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ได้
  3. การมีอิสระในการตัดสินใจ (Self-Determination/Choice) ผู้เรียนรับรู้ว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกวิธีการเรียนรู้ เลือกหัวข้อ หรือตัดสินใจในขั้นตอนต่าง ๆ ของการเรียนรู้
  4. การมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ (Impact) ผู้เรียนรับรู้ว่าสิ่งที่ตนเองกระทำมีผลอย่างแท้จริง ทั้งต่อบรรยากาศในห้องเรียน ต่อเพื่อนร่วมชั้น และต่อผลการเรียนรู้ของตนเอง

2. ทำไมต้องสร้าง Psychological Empowerment ในห้องเรียน OBE

หากขาดการเสริมสร้างพลังอำนาจทางจิตใจ (Psychological Empowerment) ในห้องเรียน โดยเฉพาะในระบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์ (OBE) จะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้เรียนและประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ ดังนี้

  • ผู้เรียนจะกลายเป็น “ผู้รับสารที่นิ่งเฉย”: หากไม่มีพลังอำนาจทางจิตใจ ผู้เรียนจะขาดความรู้สึกมีส่วนร่วมและขาดแรงขับเคลื่อนในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งขัดกับหลักการของ OBE ที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็น “ผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้” (Self-Directed Learning)
  • ขาดแรงจูงใจภายใน: ผู้เรียนจะทำกิจกรรมต่างๆ เพียงเพราะ “ผู้สอนสั่ง” เท่านั้น ไม่ได้ทำเพราะเห็นคุณค่าหรือความหมายในสิ่งที่เรียน ส่งผลให้ขาดความทุ่มเทในการสร้างสรรค์งานหรือแก้ปัญหาอย่างเต็มที่
  • ขาดความอดทนต่อความล้มเหลว: การพัฒนาสมรรถนะใน OBE ต้องอาศัยการฝึกฝนและทำซ้ำ หากผู้เรียนไม่มีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง (Competence) ผู้เรียนจะไม่กล้าเสี่ยงหรือกล้าล้มเหลว เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • ไม่รู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้: หากปราศจาก “การมีอิสระในการตัดสินใจ” (Self-Determination) ผู้เรียนจะรู้สึกว่าตนเองไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางการเรียนรู้ ทำให้ความรู้สึกเป็น “เจ้าของการเรียนรู้” (Ownership) หายไป
  • ประสิทธิภาพของ OBE ลดลง: เนื่องจาก Psychological Empowerment คือ “กุญแจสำคัญ” และ “รากฐาน” ที่ผลักดันให้ผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs) หากขาดสิ่งนี้ไป การจะทำให้ผู้เรียนบรรลุสมรรถนะที่กำหนดไว้ก็จะทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

หากขาดการบูรณาการแนวคิด Psychological Empowerment ห้องเรียนมีแนวโน้มจะย้อนกลับไปสู่รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นการบรรยายและการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้สอน ซึ่งไม่สามารถส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนได้อย่างแท้จริงตามกรอบ OBE การจะไปถึงจุดนั้นได้ ผู้เรียนต้อง

  • เป็นผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้ (Self-Directed Learning): เพราะ OBE ไม่เน้นการบรรยาย ผู้สอนจึงเป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้เรียนต้องมีแรงจูงใจภายในสูง
  • กล้าที่จะล้มเหลวและเรียนรู้ใหม่ (Resilience): การฝึกฝนเพื่อให้เกิดสมรรถนะต้องอาศัยการทำซ้ำและบางครั้งก็อาจพบกับความล้มเหลว
  • ใช้ความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหา: ลักษณะงานและเป้าหมายมีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกวิธีการของตนเอง

ผู้เรียนที่มี Psychological Empowerment สูงจะมีคุณสมบัติเหล่านี้ และรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ไม่ได้ทำเพียงเพราะผู้สอนสั่ง

3. แนวทางการสร้าง Psychological Empowerment ในห้องเรียน OBE

ผู้สอนสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนตระหนักถึงความหมาย (Meaning) ของเนื้อหาผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสถานการณ์หรือปรากฏการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในบริบทออนไซต์ เช่น การอภิปรายและการทำกิจกรรมกลุ่ม และในบริบทออนไลน์ เช่น การใช้สื่อดิจิทัลหรือกรณีศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของสิ่งที่เรียนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการเรียนรู้หรือการแก้ปัญหาด้วยตนเองภายใต้กรอบที่กำหนด เพื่อส่งเสริม การมีอิสระในการเรียนรู้ (Self-Determination) โดยในบริบทออนไซต์สามารถดำเนินการผ่านการทำงานกลุ่มหรือกิจกรรมในชั้นเรียน ขณะที่ในบริบทออนไลน์อาจใช้การเรียนรู้แบบยืดหยุ่นหรือการเปิดทางเลือกในการกำหนดหัวข้อและรูปแบบการส่งงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การใช้เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนควบคู่กับการให้ข้อมูลย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะและความเข้าใจได้อย่างเป็นระบบ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองซึ่งป็นการพัฒนาความสามารถ (Competence) โดยในบริบทออนไซต์สามารถให้ข้อมูลย้อนกลับแบบเผชิญหน้า ขณะที่ในบริบทออนไลน์สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น แบบทดสอบหรือระบบแสดงความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ สุดท้าย การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สะท้อนผลการเรียนรู้ หรือนำเสนอผลงานต่อผู้อื่น ทั้งในรูปแบบการนำเสนอหน้าชั้นเรียน และการนำเสนอผ่านสื่อหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักว่าสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มีคุณค่าและสามารถส่งผลต่อบริบทที่กว้างขึ้นได้ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ (Impact) อย่างชัดเจน

ผู้สอนสามารถผสานหลักการทั้ง 4 มิติ เข้ากับวงจรการจัดการเรียนการสอนแบบ OBE ได้ดังนี้

1. การกำหนดผลลัพธ์ (Outcomes) และความหมาย (Meaning)

การทำให้ CLOs “มีความหมาย (Meaningful): การเขียน Course Learning Outcomes (CLOs)  ควรระบุทั้งสิ่งที่ผู้เรียนทำได้ และเหตุผลหรือประโยชน์ของสิ่งนั้น ไม่ใช่บอกเพียงแค่สิ่งที่ต้องทำ

เป้าหมายเดียวกัน แต่เลือกเส้นทางได้: การเชื่อมโยงกับความสนใจส่วนตัว ให้โอกาสผู้เรียนเลือกหัวข้อโครงงานหรือกรณีศึกษาที่สอดคล้องกับความสนใจของตนเอง ภายใต้กรอบผลลัพธ์เดียวกัน ผู้เรียนทุกคนไปถึง CLOs เดียวกัน แต่ใช้ความสนใจของตัวเองเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

2. กิจกรรมการเรียนรู้ (Learning Activities) และการมีอิสระ (Self-Determination)

Flipped Classroom: ให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาพื้นฐานด้วยตนเองล่วงหน้า และใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม แก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์งาน ซึ่งทำให้ผู้เรียนมีอิสระในการจัดการเวลาและวิธีการเรียนรู้ของตน

การเลือกรูปแบบงาน: ให้ผลลัพธ์สุดท้ายคือ “การนำเสนอความเข้าใจ” ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะนำเสนอผ่านวิดีโอ อินโฟกราฟิก บทความ หรืออื่นๆ

Active Learning: เน้นกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องลงมือทำ เช่น Project-Based Learning (PBL) หรือ Case-Based Learning ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนต้องตัดสินใจและแก้ปัญหาด้วยตนเอง

3. การประเมินผล (Assessment) และความสามารถ (Competence)

เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน (Rubrics): การแจ้งเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้เรียนทราบว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะ “ผ่าน” หรือ “ได้คะแนนดี” สิ่งนี้ช่วยลดความกังวลใจและเพิ่มความมั่นใจในความสามารถของตนเอง 

Assessment for Learning (การประเมินเพื่อพัฒนา): เน้นการประเมินย่อย ๆ (Formative Assessment) ระหว่างทาง และให้ Feedback ที่เป็นประโยชน์อย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้เรียนนำไปปรับปรุงงานก่อนการประเมินจริง สิ่งนี้สร้างความรู้สึกว่า “ฉันสามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้”

Self-Assessment และ Peer-Assessment: การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน จะช่วยให้มองเห็นความสามารถของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเข้าใจเกณฑ์การประเมินได้ลึกซึ้งมากขึ้น

4. บรรยากาศในห้องเรียนและการมีส่วนร่วมในผลลัพธ์ (Impact)

Growth Mindset: สร้างบรรยากาศที่มองความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติของการเรียนรู้ ผู้สอนควรชื่นชมในความพยายามและวิธีคิด มากกว่าดูแค่ผลลัพธ์สุดท้าย

Showcase งานของผู้เรียน: นำผลงานที่ดีของผู้เรียนไปจัดแสดง หรือให้ผู้เรียนนำเสนอต่อบุคคลภายนอก/ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกว่างานของพวกเขามีค่าและมีผลกระทบจริง

Student Voice: รับฟังความคิดเห็นของผู้เรียนเกี่ยวกับวิธีการสอนหรือกิจกรรม และนำมาปรับปรุงห้องเรียน สิ่งนี้ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้

ในห้องเรียน OBE การเสริมสร้างพลังอำนาจทางจิตใจ (Psychological Empowerment) ไม่ใช่การ ตามใจผู้เรียน แต่ คือ การสร้างระบบและบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้เรียนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของการเรียนรู้ มีความมั่นใจ และมีอิสระในการตัดสินใจ ภายใต้กรอบผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะทำให้ OBE ประสบความสำเร็จ

ภาพประกอบ Generated by Gemini

Basileo, L. D., Otto, B., Lyons, M., Vannini, N., & Toth, M. D. (2024). The role of self-efficacy, motivation, and perceived support of students’ basic psychological needs in academic achievement. Frontiers in Education, 9, 1385442. https://doi.org/10.3389/feduc.2024.1385442 

Fei, H., Zhang, J., Xiang, W., & Qi, H. (2025). The impact of student psychological empowerment on class stickiness. Frontiers in Psychology, 16, 1615370. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2025.1615370

Li, H. (2025). Empowering students: positive higher education strategies. Frontiers in Psychology, 16, 1561267. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2025.1561267

Liu, Y., Ma, S., & Chen, Y. (2024). The impacts of learning motivation, emotional engagement and psychological capital on academic performance in a blended learning university course. Frontiers in Psychology, 15, 1357936. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2024.1357936

Pan, X. (2023). Online learning environments, learners’ empowerment, and learning behavioral engagement: The mediating role of learning motivation. SAGE Open, 13(4), 1-16. https://doi.org/10.1177/21582440231205098

Shukla, A., & Arora, V. (2023). A holistic approach to student empowerment and assessment of its impact on educational outcomes through psychological ownership. Studies in Higher Education48(8), 1315–1332. https://doi.org/10.1080/03075079.2023.2197005

Spady, W. G. (1994). Outcome-based education: Critical issues and answers. Arlington: American Association School of Administrators.

Spreitzer, G. M. (1995). Psychological empowerment in the workplace: dimensions, measurement, and validation. Academy of Management Journal, 38(5), 1442–1465. https://doi.org/10.2307/256865

Resources