ล้มแล้วเรียนรู้ ลุกแล้วเติบโต: กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม Resilience ในผู้เรียน

ปัจจัยด้านชั้นเรียนและการจัดการเรียนการสอน
การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของผู้เรียนควบคู่กับการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ที่ชัดเจนจากผู้สอน รวมถึงการสนับสนุนจากผู้สอนทั้งในด้านอารมณ์และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยเฉพาะเมื่อผู้สอนใช้การจัดการชั้นเรียนที่สมดุลระหว่างความเอาใจใส่และความเข้มงวด สามารถช่วยเสริมการรับรู้ความสามารถของตนเอง เพิ่มการมีส่วนร่วมในการเรียน และส่งเสริม Resilience ของผู้เรียน (Doll & Bizal, 2024; Guo et al., 2025; Sartika & Nirbita, 2023; Wang et al., 2025) นอกจากนี้ บรรยากาศในชั้นเรียนที่สนับสนุน ซึ่งตั้งอยู่บนความสัมพันธ์เชิงบวก การดูแลเอาใจใส่จากผู้สอน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ที่ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็นและเรียนรู้จากความผิดพลาดโดยไม่ถูกตำหนิ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างและพัฒนา Resilience ของผู้เรียน (Riquelme et al., 2022)
ความสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียน การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนและรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม จะช่วยให้ผู้เรียนมีทั้ง Resilience และความเชื่อว่าอุปสรรคสามารถแก้ไขได้ และยังสามารถพยายามต่อไปได้แม้เจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก (Frisby et al., 2020) นอกจากนี้ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเรียนยังช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทการเรียนออนไลน์หรือการเรียนทางไกล และเมื่อผู้เรียนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเรียนมากขึ้นก็จะมีทั้งความสุขและระดับ Resilience ที่สูงขึ้นด้วย (Daniilidou et al., 2025)
การเสริมสร้าง Resilience ในชั้นเรียน
การเสริมสร้าง Resilience ในชั้นเรียนไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ งานวิจัยที่ทำการศึกษา Resilience ในบริบทของการศึกษาชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่ผู้สอนสามารถนำไปใช้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับมือ ปรับตัว และเติบโตได้แม้ต้องเผชิญกับความ ท้าทาย ซึ่งมีตัวอย่างดังนี้
1) การจัดการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะการเผชิญปัญหา
กิจกรรมระหว่างเพื่อนและระบบพี่เลี้ยง เช่น กิจกรรมกลุ่ม ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน และชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นต้น มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้เรียนทั้งในด้านอารมณ์และการเผชิญปัญหาร่วมกัน ซึ่งช่วยเสริมสร้าง Resilience ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ (Aryuwat et al., 2025; Meriyati et al., 2026; Riquelme et al., 2022; Walsh et al., 2020)
การสะท้อนคิด ทั้งในรูปแบบการใช้บันทึกสะท้อนคิด การสรุปบทเรียน และการสะท้อนคิดร่วมกันเป็นกลุ่ม ช่วยให้ผู้เรียนสามารถตีความความยากลำบากในมุมมองใหม่ เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาการกำกับตนเองในการเรียน ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของ Resilience อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการสอนแบบดั้งเดิม (Amsrud et al., 2019; Hughes et al., 2021; Meriyati et al., 2026; Riquelme et al., 2022; Walsh et al., 2020)
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหา กรณีศึกษา และประสบการณ์จริง กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง เช่น กรณีศึกษา การอภิปราย และโครงงาน ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ความเป็นอิสระ และความมั่นใจของผู้เรียน (Hughes et al., 2021; Walsh et al., 2020;)
การฝึกสติ การจัดการความเครียด และการออกกำลังกาย การฝึกสติช่วยส่งเสริมการตระหนักรู้ต่อความคิด อารมณ์ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้สามารถควบคุมปฏิกิริยาทางอารมณ์ ลดความวิตกกังวล และเพิ่มความสามารถในการเผชิญกับปัญหาอย่างมีเหตุผล ขณะที่การจัดการความเครียดช่วยให้ผู้เรียนพัฒนากลยุทธ์ในการรับมือกับแรงกดดันจากการเรียน การทำงาน และชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนเวลา การผ่อนคลาย และการขอรับการสนับสนุนจากผู้อื่น ซึ่งช่วยลดผลกระทบเชิงลบของความเครียดต่อสุขภาพกายและจิตใจ นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะทางกายและจิต โดยช่วยกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกผ่อนคลายและความสุข ลดระดับความเครียด และเพิ่มพลังงานในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเผชิญกับอุปสรรคและสามารถฟื้นตัวจากความล้มเหลวหรือความผิดหวังได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อทั้งสามแนวทางถูกนำมาใช้ร่วมกัน จะช่วยเสริมสร้าง Resilience ให้เกิดขึ้นได้ (Carter et al., 2023; Hughes et al., 2021)
การประยุกต์ใช้ ABCDE Thinking Model เป็นกรอบแนวคิดที่มีเป้าหมายเพื่อปรับกระบวนการคิดของบุคคลจากการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในทันที ไปสู่การตีความสถานการณ์อย่างมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น อันจะช่วยลดผลกระทบทางอารมณ์เชิงลบ และส่งเสริมการปรับตัวทางจิตใจที่เหมาะสม การประยุกต์ใช้ ABCDE Thinking Model ในการเสริมสร้าง Resilience ของผู้เรียนมุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถในการจัดการความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมอย่างเป็นระบบผ่านการปรับ “วิธีคิดต่อเหตุการณ์” แทนที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับความท้าทายที่ผู้เรียนมักเผชิญ เช่น ความล้มเหลวทางการเรียน ความกดดันทางวิชาการ และความคาดหวังที่สูงจากสังคมและตนเอง เป็นต้น การใช้ ABCDE Thinking Model ในกระบวนการเรียนการสอนยังช่วยส่งเสริมทักษะสำคัญของผู้เรียน ประกอบด้วย การกำกับตนเอง การคิดเชิงไตร่ตรอง และการท้าทายความคิดเชิงลบ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา Resilience อีกทั้งยังสามารถบูรณาการเข้ากับกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การสะท้อนคิด การเขียนบันทึกการเรียนรู้ และการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เป็นต้น การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ABCDE Thinking Model สามารถออกแบบเป็นกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ดังนี้ (Seligman, 1991)
A (Adversity) ผู้สอนกำหนดสถานการณ์ที่ผู้เรียนเผชิญจริง เพื่อให้ผู้เรียนระบุเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด เช่น การได้รับผลการเรียนต่ำกว่าที่คาดหวัง แม้จะพยายามอ่านหนังสืออย่างหนัก การถูกปฏิเสธหัวข้อโครงงานหรือข้อเสนอวิจัยที่เตรียมมาเป็นเวลานาน เป็นต้น
B (Beliefs) การให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดต่อเหตุการณ์ที่เผชิญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรับรู้ทางลบ เช่น “ฉันไม่เก่งพอที่จะทำสิ่งนั้นให้ประสบความสำเร็จ” “ถ้าทำผิดพลาด แปลว่าฉันไม่มีความสามารถ” เป็นต้น
C (Consequences) การให้ผู้เรียนวิเคราะห์ผลกระทบทางอารมณ์และพฤติกรรม เช่น การเกิดความเครียด ความรู้สึกท้อแท้ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมอย่างชัดเจน
D (Disputation) การให้ผู้เรียนฝึกท้าทายความคิดของตนเอง โดยใช้คำถามเชิงเหตุผล เช่น “มีหลักฐานสนับสนุนหรือไม่” หรือ “มีมุมมองอื่นที่เป็นไปได้หรือไม่” ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการปรับกรอบความคิด
E (Energization) การให้ผู้เรียนสะท้อนผลลัพธ์หลังการปรับความคิด ซึ่งมักพบว่ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้น มองปัญหาอย่างสมดุล และเกิดแรงจูงใจในการแก้ปัญหา ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวทางจิตใจ
2) การสอนเรื่อง Resilience โดยตรง (Teach About Resilience Explicitly) การเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษาที่มุ่งสอนให้ผู้เรียนเข้าใจแนวคิดของ Resilience โดยตรง ช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงกระบวนการทางความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญความท้าทาย ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อมเท่านั้น โดยเนื้อหามักครอบคลุมแนวคิดสำคัญ เช่น กรอบความคิดแบบเติบโต (growth mindset) ที่เน้นความเชื่อว่าทุกอย่างสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายามและความเข้มแข็งทางจิตใจ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมองความยากลำบากเป็นโอกาสในการเติบโต และการค้นหาความหมายจากประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้เรียนตีความเหตุการณ์เชิงลบในมุมมองที่สร้างสรรค์มากขึ้น การเรียนรู้แนวคิดเหล่านี้ร่วมกับการเชื่อมโยงไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การสะท้อนคิด การจัดการปัญหา และการรับมือกับความล้มเหลวทางการเรียน จะช่วยพัฒนาทั้งความเข้าใจเชิงลึกและทักษะการรับมือของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความสามารถในการจัดการกับความเครียด การปรับตัว และการฟื้นตัวจากความยากลำบากได้ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเสริมสร้าง Resilience อย่างยั่งยืน (Buttazzoni, 2022; Flores et al., 2025; Riquelme et al., 2022; Shorbagi, 2024; Walsh et al., 2020;)
สรุปได้ว่า Resilience ของผู้เรียนจะพัฒนาได้ดีในชั้นเรียนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การสะท้อนคิด และการเรียนรู้ร่วมกัน การสอนทักษะการเผชิญปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและผู้เรียน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างผู้เรียนที่มี Resilience และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
“ร่างกายที่แข็งแรงต้องอาศัยการออกกำลังกายอย่างมีวินัย
ความยืดหยุ่นทางจิตใจก็ต้องอาศัยความใส่ใจและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง
เราไม่อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้จากการออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว
เช่นเดียวกับความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ต้องอาศัยการสะสมผ่านประสบการณ์และเวลา
ทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาจึงเป็นเปรียบเสมือนแรงต้านที่ช่วยเปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว”
รายการอ้างอิง
Amsrud, K., Lyberg, A., & Severinsson, E. (2019). Development of resilience in nursing students: A systematic qualitative review and thematic synthesis. Nurse education in practice, 41, 102621. https://doi.org/10.1016/j.nepr.2019.102621
Buttazzoni, A. (2022). Pedagogical approaches to support student resilience in higher-education settings: A systematic literature review. Compass: Journal of Learning and Teaching in Higher Education, 15(1). https://doi.org/10.21100/compass.v15i1.1285
Carter, A., Seibert, S., Davis, S., Pierce, A., & Fehlinger, A. (2023). Preferred resiliency-building strategies of nursing students. Teaching and Learning in Nursing, 18(4), e200–e204. https://doi.org/10.1016/j.teln.2023.06.015
Daniilidou, A., Nerantzaki, K., & Stavropoulou, G. (2025). Pathways to Happiness and Resilience Among University Students: Understanding the Role of Belongingness and Academic Engagement. International Journal of Applied Positive Psychology, 10. https://doi.org/10.1007/s41042-025-00223-3
Doll, B., & Bizal, K. (2024). Building Resilience into Classrooms: A Participatory Action Approach. Education Sciences, 14(5), 511. https://doi.org/10.3390/educsci14050511
Flores, R., Holme, I., & Fogarty, L. (2025). Pedagogies of Resilience amidst a Planetary Crisis: From Mind Training to Social and Environmental Justice. Teaching and Learning Inquiry,13, 1–19. https://doi.org/10.20343/teachlearninqu.13.34
Frisby, B. N., Hosek, A. M., & Beck, A. C. (2020). The role of classroom relationships as sources of academic resilience and hope. Communication Quarterly, 68(3), 289–305. https://doi.org/10.1080/01463373.2020.1779099
Guo, W., Wang, J., Li, N., et al. (2025). The impact of teacher emotional support on learning engagement among college students mediated by academic self-efficacy and academic resilience. Scientific Reports, 15, Article 3670. https://doi.org/10.1038/s41598-025-88187-x
Hughes, V., Cologer, S., Swoboda, S., & Rushton, C. (2021). Strengthening internal resources to promote resilience among prelicensure nursing students. Journal of professional nursing, 37(4), 777–783. https://doi.org/10.1016/j.profnurs.2021.05.008
Meriyati, M., Romlah, R., Hadiati, E., Jatmiko, A., & Erwanto, E. (2026). Exploring the influence of collaborative reflection in a flipped classroom environment on preservice teachers’ academic resilience and self-regulated learning. Journal of Education and E-Learning Research, 13(1), 86–99. https://doi.org/10.20448/jeelr.v13i1.8222
Riquelme, I., Pons, S., & Ramon, M. (2022). Resilience: Conceptualization and Keys to Its Promotion in Educational Centers. Children, 9(8), 1183. https://doi.org/10.3390/children9081183
Sartika, S. H., & Nirbita, B. N. (2023). Academic resilience and students engagement in higher education: Study on post-pandemic behaviour. EDU Sciences Journal, 4(1), 29–34. https://doi.org/10.30598/edusciencesvol4iss1pp29-34
Seligman, M. E. P. (1991). Learned optimism: How to change your mind and your life. New York: Knopf.
Shorbagi, A. (2024). Promoting resilience among medical students using the Wadi framework: a clinical teacher’s perspective. Frontiers in Medicine, 11, Article 1488635. https://doi.org/10.3389/fmed.2024.1488635
Walsh, P., Owen, P., Mustafa, N., & Beech, R. (2020). Learning and teaching approaches promoting resilience in student nurses: An integrated review of the literature. Nurse education in practice, 45, 102748. https://doi.org/10.1016/j.nepr.2020.102748
Wang, F., Huang, P., Xi, Y., et al. (2026). Fostering resilience among university students: The role of teaching and learning environments. Higher Education, 91, 1555–1579. https://doi.org/10.1007/s10734-025-01484-2